FAQs

การผลิตน้ำฆ่าเชื้ออิเล็กโทรไลต์ แต่ละครั้งใช้เวลา 5 นาที

ดอกเกลือ เกลือชมพู เกลือทำอาหาร เพื่อผลิตน้ำฆ่าเชื้อคลอริน็อกซ์

 น้ำกรอง น้ำดื่ม น้ำกรั่น น้ำประปา เพื่อผลิตน้ำฆ่าเชื้อคลอริน็อกซ์

กระบวนการเล็กโตรไลซิส (Electrolysis) เป็นการสกัดสารเคมีด้วยการยิงกระแสไฟฟ้าอ่อนๆผ่านน้ำ โดยกระบวนการนี้จะจัดเรียงโมเลกุลแยก “น้ำ H20” และ “เกลือ NaCl” ใหม่ให้เปลี่ยนสภาพเป็นน้ำฆ่าเชื้อโรคที่มีส่วนประกอบเป็น “กรดไฮโปคลอรัส HOCl” และ “โซเดียมไฮโปคลอไรท์ NaOCl” ที่มีคุณสมบัติในการกำจัดเชื้อไวรัส แบคทีเรีย เชื้อรา รวมไปถึงสปอร์ของเชื้อราได้

น้ำเกลือมีหน้าที่ทำควาสะอาดแผลได้ดีและไม่ทำให้เกิดการระคายเคืองของผิว แต่ว่าน้ำเกลือเพียงอย่างเดียวไม่สามารถทำให้เชื้อโรคตายได้ ต่างจากน้ำคลอริน็อกซ์ที่สามารถฆ่าเชื้อโรค ไวรัส และเชื้อราได้ โดยการกระตุ้นน้ำเกลือด้วยไฟฟ้าอ่อนๆ “น้ำเกลือที่ถูกกระตุ้นด้วยไฟฟ้า” (electrolyzed solution) จะมีประสิทธิภาพในการฆ่าเชื้อโรคแบคทีเรีย ไวรัส และเชื้อราได้ เป็นเพราะ โครงสร้างโมเลกุลทางเคมีเปลี่ยนไปเป็นกรดไฮโปคลอรัส (HOCl) และ คลอรีนน้ำ (NaOCl)

จากการสำรวจของนักวิทยาศาสตร์ ผลวิจัยชี้ว่าน้อยคนมากที่จะแพ้น้ำกรดไฮโปคลอรัส ดังนั้นน้ำคลอริน็อกซ์จึงเป็นหนึ่งในตัวแก้ปัญหาสำหรับผู้ที่มีผิวแพ้ง่ายเมื่อต้องสัมผัสกับแอลกอฮอลล์ในแต่ละวันเป็นจำนวนมาก ซึ่งอาจทำให้ผิวของท่านเกิดลอกได้ น้ำคลอริน็อกซ์นั้นมีความอ่อนโยนต่อผิวเป็นอย่างมากเพราะมีจำนวนppmต่ำถึงขนาดสามารถนำไปล้างผัดผลไม้กินได้

น้ำคลอริน็อกซ์มีอายุการใช้งาน 3 วัน แต่ถ้าหากถ่ายเทน้ำคลอริน็อกซ์ที่ผลิตเสร็จไปไว้ในขวดทึบแสงจะมีอายุการใช้งาน 6 วัน

สามารถพ่นดับกลิ่นสัตว์เลี้ยงได้ อ่อนโยนและปลอดภัยต่อสัตว์เลี้ยง

สามารถฆ่าเชื้อโรคในผักผลไม้เพื่อนำมารับประทานได้ โดยผสมน้ำคลอริน็อกซ์ 1 ส่วน กับน้ำสะอาดอีก 3 ส่วน นำผักผลไม้มาแช่ไว้เป็นเวลา 5-10 นาที หลังจากนั้นก็ล้างออกด้วยน้ำสะอาด

น้ำคลอริน็อกซ์ที่ผ่านกระบวนการอิเล็กโตรไลซิส จะเปลี่ยนสภาพเป็นกรดไฮโปคลอรัส ซึ่งเป็นกรดเดียวกันกับที่เม็ดเลือดขาวในร่างกายคนเราผลิตขึ้นเพื่อต่อสู้กับการติดเชื้อ ดังนั้นกรดไฮโปคลอรัสจึงมีคุณสมบัติในการกำจัดเชื้อไวรัส แบคทีเรีย เชื้อรา รวมไปถึงสปอร์ของเชื้อราได้